เกี่ยวกับแบริ่งส์เม็ดกลมสัมผัสเชิงมุม (Angular Contact Ball Bearing)

 ลักษณะเฉพาะของแบริ่งส์เม็ดกลมสัมผัสเชิงมุม (Angular Contact Ball Bearings)

  • ตลับลูกปืนเม็ดกลมสัมผัสเชิงมุมแบบแถวเดียว (Single Row Angular Contact Ball Bearing)

การออกแบบมาให้สามารถรับแรงในแนวรัศมีและแนวแกนทิศทางเดียวโดยการรับแรงจากทิศทางตรงข้าม โดยมากมักติดตั้งเป็นคู่โดยมีมุมสัมผัสตรงข้ามกัน วิธีติดตั้งทำได้หลายวิธี เช่น หลังชนหลัง(DB),หน้าชนหน้า(DF),เรียงตามกันทิศทางเดียวกัน(DT) การประกอบแบบDB,DT สามารถรับแรงในแนวแกนและแนวรัศมีได้ทั้งสองทิศทาง แบบDTจะใช้เมื่อมีแรงในแนวแกนแรงหนึ่งสูงมากในทิศทางเดียวจึงจำเป็นต้องให้รับแรงเท่ากันในแบริ่งส์แต่ละตัว แบริ่งส์ชนิดนี้มีมุมสัมผัส 15,25,40 องศา มุมสัมผัสยิ่งมากยิ่งรับแรงในแนวแกนได้สูง ค่ามุมสัมผัสยิ่งน้อยเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความเร็วสูง มีทั้งแบบ รังเหล็กขึ้นรูป รังทองเหลือง และรังพลาสติกแข็ง รังเหล็กเหมาะกับการใช้งานทั่วไป ส่วนรังทองเหลืองกลึงและรังพลาสติกกลึง เหมาะกับงานที่ต้องการความเที่ยงตรงสูง รอบความเร็วสูง 

  • ตลับลูกปืนเม็ดกลมสัมผัสเชิงมุมแบบสองแถว (Double Row Angular Contact Ball Bearing)

โดยพื้นฐานแล้วคือแบริ่งส์เม็ดกลมแถวเดียวสัมผัสเชิงมุมติดตั้งแบบหลังชนหลัง ต่างกันที่การออกแบบให้แบบสองแถวมีแหวนในและแหวนนอกอย่างละ1วง แต่ละวงมีรางวิ่งสองราง แบริ่งส์แบบนี้สามารถรับแรงแนวแกนได้สองทิศทาง


รหัสต่อท้ายดังนี้

  • ไม่ระบุ คือ ฝาเปิดหรือไม่มีฝานั่นเอง จะไม่มีการบรรจุจารบีไว้ ผู้ใช้งานต้องใส่เองเมื่อนำไปใช้งาน ณ จุดที่ต้องการโดยการเลือกใช้จารบีหรือสารหล่อลื่นขึ้นอยู่กับการใช้งานเป็นหลัก
  • 2RS คือ รหัสต่อท้ายสำหรับฝายางทั้งสองข้าง ฝายางทำจากวัสดุยางสังเคราะห์(Synthetic rubber) ด้านในแบริ่งส์จะบรรจุจารบีลิเทียม(Lithium Grease) ซึ่งจะช่วย  ให้แบริ่งส์สามารถทำงานภายใต้อุณหภูมิ -30 ถึง +120oC

ชนิดของรังแบริ่งส์(Bearing Cage)

  • รังเหล็ก(Steel Cage) รังแบบทั่วไปวัสดุเป็นเหล็กขึ้นรูป
  • รังทองเหลือง(Brass Cage) รองรับความเร็วได้สูงขึ้น รังทองเหลืองจะผลิตโดยการกลึง
  • รังพลาสติก(Polyamine Cage or Reinforced plastic) รองรับความเร็วได้สูงขึ้นเช่นเดียวกับรังทองเหลือง แต่ทนอุณหภูมิได้ไม่เกิน 120oC(248oC) 

ขนาดของแบริ่งส์เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 355:2007

Visitors: 55,115